ก่อนสตาร์ตรถ โดยเฉพาะรถที่จอดค้างคืน ให้มองใต้รถ รอบล้อ และบริเวณฝากระโปรง หากเคยพบแมวในพื้นที่ให้เคาะฝากระโปรงเบา ๆ แล้วรอฟังเสียงก่อนเปิดตรวจ แมวอาจเข้าไปหลบในห้องเครื่องเพราะเงียบ อุ่น หรือปลอดภัยจากฝน การตรวจไม่กี่จุดช่วยลดความเสี่ยงบาดเจ็บรุนแรง
เช็กรถอย่างปลอดภัยก่อนออกเดินทาง
- เดินดูรอบรถและส่องใต้ท้องรถโดยไม่คลานเข้าไปในจุดที่รถอาจเคลื่อน
- ตรวจด้านในซุ้มล้อและด้านหลังยางจากระยะที่ปลอดภัย
- เคาะฝากระโปรงเบา ๆ หรือส่งเสียงปกติ แล้วรอประมาณครู่หนึ่ง
- ถ้าได้ยินเสียงหรือเห็นรอย ให้ดับระบบไฟทั้งหมด ดึงเบรกมือ และเปิดฝากระโปรงตามคู่มือรถ
- ตรวจซ้ำหลังแมวออก ก่อนปิดฝากระโปรงและสตาร์ต
ถ้าได้ยินเสียงแมวในห้องเครื่อง
ห้ามสตาร์ตเครื่อง ห้ามเปิดพัดลมหรือระบบที่อาจทำให้ชิ้นส่วนเคลื่อน หมุนกุญแจกลับและเก็บกุญแจไว้กับตัว เปิดทางออกและถอยห่างให้แมวออกเอง หากมองไม่เห็นหรือแมวติดอยู่ ให้ติดต่อช่าง ศูนย์บริการรถ สัตวแพทย์ หรือหน่วยช่วยเหลือสัตว์ อย่าสอดมือเข้าไประหว่างชิ้นส่วนที่มองไม่เห็น เพราะแมวตกใจอาจกัดหรือข่วน
ถ้าเผลอสตาร์ตแล้วพบแมว
ดับเครื่องทันทีและอย่าเคลื่อนรถ หากแมวออกมาได้แต่มีเลือด เดินกะเผลก หอบ หรือซึม ให้ใช้ผ้าหนาและกรงช่วยเคลื่อนย้ายโดยหลีกเลี่ยงการกดบริเวณบาดเจ็บ แล้วพาไปโรงพยาบาลสัตว์ฉุกเฉิน แมวที่ดูปกติภายนอกก็อาจมีบาดเจ็บภายใน จึงควรขอคำแนะนำจากสัตวแพทย์
ลดโอกาสที่แมวจะกลับเข้ามา
- ไม่วางอาหารสัตว์ใกล้ที่จอดรถและเก็บชามหลังมื้อ
- ปิดถังขยะและลดกล่องหรือวัสดุที่เป็นที่หลบรอบรถ
- ถ้าเป็นแมวของบ้าน ให้จัดที่นอนแห้ง อุ่น และปลอดภัยห่างจากรถ
- ติดไฟตรวจจับการเคลื่อนไหวในตำแหน่งที่ไม่รบกวนเพื่อนบ้าน
- พูดคุยกับผู้ดูแลแมวในชุมชนเรื่องการทำหมัน ที่ให้อาหาร และจุดพักที่ปลอดภัย
สิ่งที่ไม่ควรใช้
ไม่ควรฉีดน้ำมันหอมระเหย สารฟอกขาว ยาฆ่าแมลง หรือน้ำยาฉุนเข้าไปในห้องเครื่อง เพราะอาจเป็นพิษ กัดวัสดุ หรือสร้างความเสี่ยงไฟไหม้ ลูกเหม็นก็ไม่ใช่อุปกรณ์ไล่แมวที่ปลอดภัย ดูเหตุผลที่ ลูกเหม็นไล่แมวได้ไหม
คำถามที่พบบ่อย
บีบแตรก่อนสตาร์ตดีไหม?
เสียงแตรอาจทำให้แมวตกใจและมุดลึกกว่าเดิม การเดินตรวจ เคาะฝากระโปรงเบา ๆ และรอฟังเสียงควบคุมได้มากกว่า
ปิดใต้ท้องรถด้วยตาข่ายเองได้ไหม?
ไม่ควรติดวัสดุใกล้เครื่องยนต์ ท่อไอเสีย หรือชิ้นส่วนเคลื่อนที่โดยไม่มีช่างประเมิน เพราะอาจร้อน ละลาย หลุด หรือรบกวนการระบายอากาศ
