แมวกินน้ำน้อยจากชามอาจยังไม่ผิดปกติ หากได้รับน้ำจากอาหารเปียกและกิน เล่น ปัสสาวะตามเดิม แต่ถ้าดื่มหรือกินลดลงกะทันหัน ปัสสาวะน้อย ซึม อ่อนแรง เบื่ออาหาร อาเจียน ท้องเสีย หรือเหงือกแห้งเหนียว ควรติดต่อสัตวแพทย์ เพราะอาจมีภาวะขาดน้ำหรือโรคที่ต้องรักษา
แมวควรได้รับน้ำเท่าไร
Cornell Feline Health Center ใช้ค่าประมาณพื้นฐานราว 4 ออนซ์ต่อมวลกายไร้ไขมัน 5 ปอนด์ต่อวัน หรือประมาณ 240 มิลลิลิตรสำหรับแมว 4.5 กิโลกรัม แต่ตัวเลขนี้คือ น้ำรวมจากทั้งอาหารและการดื่ม ไม่ใช่ปริมาณที่ต้องดื่มจากชามทั้งหมด ความต้องการจริงยังเปลี่ยนตามอาหาร อากาศ กิจกรรม สุขภาพ และยาที่ใช้ จึงควรดูแนวโน้มของแมวตัวเดิมร่วมด้วย
ทำไมแมวกินอาหารเปียกจึงดื่มจากชามน้อย
อาหารเปียกมีน้ำเป็นสัดส่วนสูงกว่าอาหารเม็ดมาก แมวที่กินอาหารเปียกจึงอาจดื่มจากชามน้อยกว่า แต่ยังได้รับน้ำรวมเพียงพอได้ ในทางกลับกัน แมวที่กินอาหารเม็ดเป็นหลักต้องรับน้ำจากการดื่มมากกว่า การเห็นแมวไม่ค่อยแตะชามจึงต้องพิจารณาประเภทและปริมาณอาหารด้วย
สัญญาณที่อาจบอกว่าขาดน้ำ
- ซึม อ่อนแรง เล่นน้อย หรือเบื่ออาหาร
- เหงือกแห้งหรือเหนียว ไม่ชุ่มตามปกติ
- ตาดูลึกลงในรายที่ขาดน้ำมาก
- ปัสสาวะลดลง หรือพฤติกรรมในกระบะทรายเปลี่ยน
การดึงหนังบริเวณไหล่ดูการคืนตัวอาจช่วยสังเกตคร่าว ๆ แต่ไม่แม่นเสมอ โดยเฉพาะแมวสูงวัย จึงไม่ควรใช้ผลนี้อย่างเดียวตัดสินว่าแมวปกติหรือขาดน้ำ
สาเหตุที่แมวได้รับน้ำน้อยหรือสูญเสียน้ำมาก
- ชามสกปรก น้ำมีกลิ่น หรือวางใกล้กระบะทรายและจุดที่เสียงดัง
- มีแมวหรือสัตว์ตัวอื่นกีดกันทางไปชามน้ำ
- กินอาหารน้อยลง เจ็บปากหรือฟัน ทำให้ไม่อยากกินและดื่ม
- อาเจียนหรือท้องเสีย ทำให้สูญเสียน้ำ
- โรคไต เบาหวาน ไทรอยด์ หรือยาบางชนิดทำให้สมดุลน้ำเปลี่ยน
ถ้าแมวกินอาหารลดลงด้วย อ่านอาการประกอบที่ แมวกินน้อยเกิดจากอะไร และถ้ามีถ่ายเหลว ให้ดูแนวทางเฝ้าระวังในบทความ แมวถ่ายเหลวแต่ไม่ซึมควรดูแลอย่างไร
7 วิธีช่วยให้แมวได้รับน้ำเพิ่ม
- วางน้ำหลายจุด ในบริเวณเงียบ เดินถึงง่าย และห่างจากกระบะทราย
- เปลี่ยนน้ำและล้างชามทุกวัน เพื่อไม่ให้มีกลิ่น คราบ หรือแบคทีเรียสะสม
- ทดลองวัสดุและทรงชาม เช่น แก้ว เซรามิก หรือโลหะทรงกว้าง แล้วสังเกตความชอบของแมว
- ลองน้ำพุสำหรับสัตว์เลี้ยง หากแมวชอบน้ำไหล และทำความสะอาดตามคู่มือ
- เพิ่มอาหารเปียกอย่างค่อยเป็นค่อยไป โดยยังให้อาหารสูตรสมบูรณ์เหมาะกับช่วงวัย
- เติมน้ำเล็กน้อยในอาหาร แล้วค่อยเพิ่ม หากแมวยอมกิน หากปฏิเสธให้กลับสู่อาหารที่กินได้ อย่าปล่อยให้อดอาหาร
- แยกจุดน้ำในบ้านหลายแมว เพื่อลดการแย่งหรือปิดทางกัน
เมื่อไรควรพบสัตวแพทย์เร็ว
- ไม่กินหรือดื่มลดลงอย่างชัดเจนจากปกติ
- ซึม อ่อนแรง เหงือกแห้งเหนียว ตาลึก หรือทรงตัวผิดปกติ
- อาเจียนหรือท้องเสียซ้ำ มีเลือด หรือเก็บน้ำและอาหารไม่อยู่
- เบ่งปัสสาวะ ปัสสาวะไม่ออก ร้องเจ็บ หรือเข้ากระบะถี่ผิดปกติ ซึ่งเป็นภาวะเร่งด่วน โดยเฉพาะแมวเพศผู้
- เป็นลูกแมว แมวสูงวัย หรือมีโรคไต เบาหวาน โรคหัวใจ หรือโรคประจำตัวอื่น
หากพฤติกรรมในกระบะเปลี่ยน สามารถใช้บทความ แมวฉี่นอกกระบะ: แยกปัญหาสุขภาพกับพฤติกรรม เป็นรายการสังเกตเบื้องต้น แต่ถ้าเบ่งแล้วไม่มีปัสสาวะให้ไปโรงพยาบาลสัตว์ทันที
สิ่งที่ไม่ควรทำ
- อย่ากรอกน้ำด้วยไซริงก์เข้าปากเอง เพราะอาจสำลักเข้าปอด
- อย่าให้เกลือแร่ของคน น้ำหวาน นม หรือน้ำซุปที่มีหัวหอม กระเทียม เครื่องเทศ หรือโซเดียมสูง
- อย่ารักษาภาวะขาดน้ำปานกลางถึงรุนแรงด้วยการเพิ่มชามน้ำอย่างเดียว
คำถามที่พบบ่อย
แมวกินอาหารเปียกแล้วไม่ค่อยดื่มน้ำ ปกติไหม
อาจปกติได้ เพราะได้รับน้ำจากอาหารมากขึ้น ให้ดูน้ำรวม การกิน พฤติกรรม และปัสสาวะเทียบกับปกติของแมวตัวนั้น
น้ำพุทำให้แมวดื่มมากขึ้นทุกตัวหรือไม่
ไม่ทุกตัว ความชอบต่างกัน ควรมีชามน้ำสะอาดเป็นทางเลือกและดูแลน้ำพุตามคำแนะนำผู้ผลิต
แหล่งข้อมูล
- Cornell Feline Health Center: Hydration
- VCA Animal Hospitals: How to get your cat to drink more water
บทความนี้ให้ข้อมูลทั่วไป ไม่ทดแทนการตรวจ วินิจฉัย หรือรักษาโดยสัตวแพทย์
